Friend 6

posted on 20 Nov 2013 23:56 by tannamnaja
ตอนที่ 6

“มึงทำไร” ตื่นมาเห็นมันก้มๆเงยๆอยู่ในครัว

 

“กูหิว มึงนอนกินบ้านกินเมือง” นั่น แขวะกูอีก

 

“มา เดี๋ยวกูทำให้ อยากกินอะไร” ผมเดินไปแย่งไข่ในมือมันที่ถือไว้หันรีหันขวาง เหมือนไม่รู้จะทำอะไรต่อไป

 

“อะไรก็ได้ เอาเร็วๆ หิวมาก” มันยื่นไข่ที่ถืออยู่ให้ทันที

 

“ไข่เจียวนะ เร็วดี ” ผมบอกพร้อมกับหันไปอีกทางเพื่อจะไปหุงข้าว

 

“เฮ้ยยยยยยยยยย”  นี่โจรขึ้นคอนโดผมหรือไง ทำไมกระจัดกระจายแบบนี้

 

“นี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมสภาพแบบนี้วะ” ผมหันไปถามมันที่ยิ้มแห้งๆมาให้ ก็สภาพข้าวหกกระจัดกระจาย น้ำเลอะ จานแตก

 

“กูหุงข้าว” มันบอกเสียงเบาๆ

 

“มึงหุงข้าว มึงเนี๊ยะนะ”

 

“ทำไมล่ะ กูก็อยากทำเป็นบ้าง มัวรอแต่มึง กูหิวตายซะก่อน ”

 

“อยากทำให้กูกินบ้างเหรอ ”

 

“อะไร กูทำกินของกูเองเหอะ” เอ๊าๆ ทำหน้าไม่ถูกเลย

 

“แล้วหน้าแดงทำไม เขินกูก็บอกมา”

 

“กูหิว เร็วเลย ถ้าช้ากูจะไปกินข้างนอกแล้ว” รีบเดินหนีไปเลย ฮ่า น่ารักว่ะ

 

 

 

 

 

“วันนี้มึงอยากไปไหนมั้ย” ผมถามมินจุน ตอนที่นั่งกินข้าวกันอยู่

 

“ทำไม มึงจะไปไหนเหรอ” มันเงยหน้าจากจานข้าวมาถามผมอย่างสงสัย

 

“ก็วันนี้วันหยุด ไม่อยากไปเที่ยวไหนหรือไง มึงอยู่แต่ในห้อง”

 

“ถ้ากูอยากไปเที่ยว มึงจะให้กูไปเหรอ”

 

“ไม่ กูหมายถึงไปเที่ยวตอนกลางวัน เปิดช่องไม่ได้เลยนะมึง” มันยู่หน้าใส่ ก่อนที่จะสนใจอาหารตรงหน้าอีกครั้ง

 

 

 

อ๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

เสียงออดหน้าประตูดังยาวเหยียด ก่อนที่เราสองคนได้แต่ทำหน้าสงสัย ใครมาแต่เช้าขนาดนี้ เป็นผมที่ลุกไปเปิด ส่วนไอ้คน

หิวข้าว ไม่ยอมลุกเลย

พอเปิดออกไปก็ต้องแปลกใจ เพราะเป็นจุนโฮที่มายืน หน้าตาอิดโรยอยู่หน้าประตู

 

“เข้ามาก่อนจุนโฮ ........มินจุน จุนโฮมา”  ผมเรียกจุนโฮเดินเข้ามานั่ง แล้วตะโกนบอกมินจุนที่กินข้าวอยู่ในครัว เจ้าตัวก็รีบ

 

วิ่งมาทั้งๆที่มือยังถือแก้วน้ำอยู่ ก็น้องชายสุดที่รักเค้านี่  ผมเลยปล่อย พี่น้องเค้าคุยกัน ก่อนเข้าไปเก็บจานก็หันไปถามคน

 

เพิ่งมาใหม่ว่ากินข้าวมาหรือยัง แต่ก็ได้คำตอบว่าไม่หิว ด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยเต็มทน จนเก็บของเสร็จ ออกมาอีกที เห็นพี่

 

เค้ากอดปลอบน้องที่เอาแต่ร้องไห้ แต่ก็ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเลย

 

 

 

วันนี้มันชวนจุนโฮอยู่กับมันจนค่ำ ชวนน้องนอนนี่ด้วยซ้ำเพราะเห็นน้องหงอยๆไป แต่น้องยืนกรานว่าจะกลับ จน

ตอนนี้สองทุ่ม จุนโฮเพิ่งกลับไปซักพักนี่เอง

 

“กูเป็นห่วงจุนโฮว่ะ” มินจุนบอก พร้อมกับพิงโซฟาหลับตาท่าทางหนักใจ

 

“เห็นท่าทางมัน ใครจะไม่ห่วงล่ะ ดีนะที่มันเลือกจะมาหาเรา แต่ก็นั่นแหละ เล่นไม่ยอมพูดอะไรแบบนี้ อยากช่วย ก็ช่วยไม่

ถูก มึงอย่าคิดมาก เดี๋ยวน้องมันพร้อมมันคงเล่าให้มึงฟังแหละ” ผมนั่งลงข้างๆ ดึงมันมากอดไว้ เพราะท่าทางจะอ่อนไหว

กับเรื่องจุนโฮเยอะเหมือนกัน มันเคยบอกว่ามันรักจุนโฮเหมือนน้องมันจริงๆ ถึงแม้เวลาที่เจ้าตาตี่นั่นอารมณ์ปกติ จะกัดกับ

พี่มันตลอด แต่มันไม่เคยทิ้งกันเลย ผมถึงรับรู้ได้ว่ามันกังวลมาก

 

 

“อยากกินอะไรอีกมั้ย เดี๋ยวกูทำให้ เอามั้ย” ผมถามมันอย่างเอาใจ เห็นมันแบบนี้แล้วไม่สบายใจ ยิ่งคิดมากอยู่ คิดมากกว่าเรื่องตัวมันเองอีกมั้ง

 

“อิ่มแล้ว จะขุนกูไปขายหรือไง ถามแต่ว่าหิวมั้ย” มันบอกทั้งๆที่ซบหน้าอยู่บนอกผม ไม่ได้ผลักไส หรือขัดขืนอะไร

 

“ฮ่าๆๆๆ กูจะได้กอดมึงอุ่นๆไง ขุนให้อ้วนๆเลยดีมั้ย จะได้ไม่มีใครมาแย่งมึงไปจากกู มึงจะได้อยู่กับกูตลอดไปเลยไง” ผม

 

แหย่มันบ้าง ซึ่งผลก็คือซุกหน้าที่อกเหมือนเดิม แต่มือขวาทุบมาตรงบ่าซะแรง รักความรุนแรงจริงๆเมียกู

 

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวมึงไม่รัก” ผมว่าหูผมไม่ฝาด พอมันพูดจบก็รู้สึกได้ว่ามันชะงักไปนิดนึง แถมซุกหน้าลงหนักกว่าเดิมอีก

 

“ทำไมถึงกลัวไม่รัก บอกหน่อยได้มั้ย กูอยากรู้” ผมถามมันเสียงอ้อนวอน อยากรู้ว่ามันคิดยังไงกับเรื่องของเรา จริงๆ ไม่ได้

 

อยากคาดคั้น แค่มีมันทุกวันผมก็มีความสุขแล้ว

 

“อะไรเล่า ใครพูดอะไร กูไม่เห็นรู้เลย” มันเลี่ยงอีกตามเคย ผมเลยดันตัวมันออก เพื่อที่จะได้มองหน้ากันได้ถนัด

 

“บอกไม่ได้เหรอ พยักหน้าก็ได้ เดี๋ยวกูถามมึงเอง ได้มั้ย แต่จริงๆ กูมีมึงอยู่กับกูกูก็มีความสุขมากที่สุดแล้ว แต่แค่อยากรู้ กู

จะได้ทำตัวถูก มึงจะได้ไม่รำคาญกูเวลากูวุ่นวายกับมึง ถ้ามึงบอกไม่ กูจะได้จัดที่จัดทางให้ตัวเองใหม่ ได้มั้ย บอกกูนะ” ผม

 

บอกพร้อมกับจ้องหน้ามัน ซึ่งก้มหน้างุด

 

“กูถามได้ใช่มั้ย มองหน้ากูหน่อย นะ” อารมณ์แบบนี้มาจากไหนเมื่อกี้ยังคุยกันเรื่องจุนโฮอยู่เลย

 

“อืม ถามสิ ตอบได้กูจะตอบ ถ้าตอบไม่ได้ กูไม่ตอบได้มั้ย”

 

“อืม กูไม่บังคับมึงหรอก ถ้าไม่ตอบ ยังไงกูก็ไม่บังคับ ก่อนที่มึงจะตอบ กูอยากให้มึงมั่นใจ ว่ากูรักมึงนะ รักมาก มึงเชื่อกูมั้ย

เชื่อใจกูได้มั้ย” ผมบอกมันด้วยความสัตย์จริง ไม่เคยมั่นใจอะไรมากเท่านี้แล้วจริงๆ

 

“อืม” มันแค่ อืม ในคอ ผมเลยจับคางมันให้เงยหน้าขึ้นแล้วบอกให้มันสบตาผม ซึ่งมันก็ยอมโดยดี สายตาที่ผมอ่านความหมายว่ามันคิดเหมือนผม แต่ก็ไม่อยากเข้าข้างตัวเองมากเกินไป

 

“มึงรักกูแล้วใช่มั้ย ” ผมถามแบบไม่อ้อมค้อม ขอแค่คำนี้ ทุกอย่างก็ชัดแล้ว มันตกใจเล็กน้อยตอนผมถาม คงไม่คิดว่าผมจะถามตรงๆแบบนี้เลย หลุบตาลงมองอกผมไม่ได้สบตา เลยต้องเชยคางมันขึ้นมาให้สบตากันอีก

 

“แค่พยักหน้าหรือส่ายหน้าก็ได้ บอกกันได้มั้ย” ผมบอกมันหัวใจก็เต้นแทบระเบิด

 

 

 

แต่ผลคือ มันส่ายหน้า

 

 

 

ส่ายหน้าแล้วมองตาผมอย่างจริงจัง ทำไมมันรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงแบบนี้ นี่มันกำลังหมายถึงไม่ได้รักผมเลยงั้น

เหรอ ที่ผมทำไปทั้งหมด ไม่ได้เข้าไปถึงใจมันเลยใช่มั้ย หรือว่ามันปิดกั้นผมจากใจมันเอง นี่ใจผมกำลังเจ็บใช่มั้ย มันบีบจน

ผมแทบหมดแรง ไม่ได้มองไปที่มัน แต่ยังนั่งอยู่ข้างๆมัน แก้มผมเปียก นี่น้ำตาผมไหลงั้นเหรอ นี่ครั้งแรกกับความรักเลยนะ

ที่ทำผมมีน้ำตา หรือว่านี่ผมกำลังฝัน พอคิดแบบนั้น เลยลองตบหน้าตัวเอง เจ็บแฮะ ผมไม่ได้ฝัน มันเพิ่งบอกว่าไม่ได้รักผม

นี่นา ผมลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินออกไปจากห้องนี้ ไปไหนก็ได้ ขอผมไปตั้งหลักก่อน แต่ก่อนที่จะได้เดินไป มันก็เอื้อมมือมาดึง

ชายเสื้อผมไว้ น้ำตาคลอปริ่มๆจะไหลเหมือนกัน ทำไม มันเป็นคนบอกไม่รักเอง จะมาน้ำตาไหลทำไม

 

 

“มึงจะไปไหน” มันถามผมเสียงสั่นท่าทางตกใจ

 

 

“ไม่รู้ กูไม่รู้ รู้แต่กูต้องไป” ผมบอกมันพร้อมกับจ้องหน้ามันผ่านน้ำตา ซึ่งพร่าเต็มทีเพราะน้ำตามาบดบังการมองเห็น แต่ก็ยังเห็นได้ว่ามันก็น้ำตาไหลออกมาแล้วเหมือนกัน

 

“แทค มะ..มึงร้องไห้” มันถามผม ทั้งๆที่ตัวเองก็ร้อง มึงจะร้องทำไม กูนี่ที่ต้องร้อง กูเพิ่งโดนคนที่กูรัก บอกไม่รักกู มึงจะร้องทำไม ผมอยากตะโกนใส่หน้ามันไปแบบนี้ แต่ก็ทำได้แต่มองมือมันที่จับชายเสื้อผมไว้แน่น

 

“อืม กูร้อง แต่กูไม่ได้โกรธมึงนะ กูเป็นอะไรไม่รู้ว่ะ กูโคตรเจ็บเลย เจ็บเข้าไปในนี้ เจ็บจนแทบยืนไม่อยู่เลย” ผมบอกมัน

พร้อมกับทุบหน้าอกข้างซ้ายตัวเองไปด้วย อยากจะทุบให้มันเจ็บข้างนอก เผื่อมันจะลดความเจ็บข้างในได้บ้าง แต่ก็มีมือ

มันนั่นแหละ มาดึงมือผมออก

 

 

“มึงมันโง่ไอ้แทค มึงจะทุบตัวเองทำไม ไหนมึงบอกว่าเจ็บไง  มึงจะทุบตัวเองทำไม” มันตะโกนใส่หน้าผมทั้งๆที่มือมันยังดึง

มือผมไม่ให้ทุบตัวเองอยู่

 

“เออ กูมันโง่ แต่มึงรู้มั้ย ไม่เคยมีใครทำให้กูร้องไห้ มึงเคยเห็นกูร้องไห้เพราะคนอื่นมั้ยล่ะ เพราะทุกทีกูไม่เคยรู้สึกแบบนี้ไง

เพราะไม่ได้มีใครมายืนอยู่ในใจกูเหมือนมึงไง” ผมบอกมันทั้งๆที่น้ำตาก็ไหลไม่หยุด จะไหลอะไรกันนักหนาวะ ห้ามยังไง

ไม่ให้มันไหล

 

 

“แล้วมึงฟังจบหรือยังล่ะ ชอบคิดชอบทำอะไรไปเอง ”

 

“แล้วจะให้กูคิดยังไง ก็กูถามว่ามึงรักกูแล้วใช่มั้ย แต่มึงส่ายหน้า จะให้กูคิดเป็นอะไรไปได้อีก ปล่อยกูก่อน กูขอไปตั้งหลัก

ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันอีกที” ผมบอกมัน แล้วพยายามแกะมือออก แต่มันจับมือผมไว้ด้วยมือสองข้างของมันเลยแกะไม่

หลุด

 

“ก็มึงถามว่ากูรักมึงแล้วใช่มั้ย กูก็ส่ายหน้าสิ” มันบอก

 

“ก็นั่นไง มึงส่ายหน้าแล้วกูต้องฟังอะไรอีก”

 

“ก็มันจริง กูไม่ได้รักมึงแล้ว แต่รักมาตั้งนานแล้วต่างหาก” มันตะโกนใส่หน้าผมซะดัง

 

“ก็นี่ไง มึงจะย้ำกูทำไมว่ามึงไม่รัก   ............................... ห๊ะ อะไรนะ ตะกี้มึงว่าอะไรนะ มึงว่าอะไรตะกี้ บอกกูอีกที

ได้มั้ย”ผมโวยวายไปก็รู้สึกว่าคำพูดมันไม่ใช่แบบเดิม

 

“บอกว่ารักมาตั้งนานแล้วต่างหาก” มันบอกเสียงเบา ก้มหน้าน้ำตาไหลหนักกว่าเดิม แต่ผมกลับได้ยินทุกคำที่มันพูดเลย

 

“มึง นะ..นี่ นี่มึงพูดจริงใช่มั้ย มึงรักกูใช่มั้ย ใช่มั้ย ” ผมถามมันเสียงรัว ดึงมันเข้ามากอดไว้แน่น

 

“อืม มึงอย่าไปไหนนะ” มันกอดผมแน่น เหมือนกลัวผมจะหายไปไหนงั้นแหละ

 

“กูจะไปไหนได้ ถึงเมื่อกี้กูไปกูก็กลับมาหามึงอยู่ดี กูแค่ไปตั้งหลัก” ผมบอกพร้อมกับกอดมันแน่นขึ้นมาก

 

“มึงอย่าคิดว่าจะไปไหนอีกนะ ไปตั้งหลักก็ห้ามไป กูไม่ให้มึงไป” มันบอกผมเสียงอู้อี้ นี่มันกลัวผมไปขนาดนี้เลยเหรอ

 

“ทำไมไม่อยากให้กูไป” ผมถามมันขึ้นบ้าง เพราะมันเหมือนเพ้อ กลัวผมจะไปขนาดนี้

 

“กูไม่ชอบ ไม่ชอบเลย เวลามึงทิ้งกูไว้คนเดียว เวลามึงมีแฟนแล้วมึงหายไปกับเค้า กูไม่อยากแอบร้องไห้ กูไม่อยากออกไป

เที่ยวเพื่อจะได้ไม่เหงาเวลามึงไม่อยู่ มึงอย่าไปนะ” มันบอกผมพร้อมน้ำตาที่ไหลหนักกว่าเดิม ผมได้รับรู้ถึงสิ่งที่มันคิดสิ่งที่

มันเก็บมาตลอด น้ำตาที่แห้งไปเพราะความดีใจ ไหลมาอีก

 

 

“กูขอโทษ กูขอโทษที่เป็นแบบนั้น กูสัญญาว่ากูจะไม่ปล่อยให้มึงอยู่คนเดียว กูรักมึงนะ”

 

“กูก็ขอโทษนะ กูไม่กล้าบอก กูกลัว กลัวว่ามึงแค่รู้สึกแปลกใหม่ รู้สึกตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆ ไม่ได้รู้สึกดีอย่างที่มึงบอก กูกลัว

ว่าถ้ากูบอกมึงว่ากูรักมึง กูจะทำใจมองมึงไม่ได้ เวลามึงเบื่อกูแล้ว” ในที่สุดมันก็บอก ว่าทำไมมันถึงไม่ยอมบอกผมว่ารัก

ผมเหมือนกัน

 

“แล้ววันนี้ทำไมถึงบอก” ผมถามมันบ้าง

 

“ไม่รู้สิ กูแค่รู้สึกว่ามึงไม่ได้แค่แปลกใหม่ ไม่ได้แค่ตื่นเต้น แต่มึงรู้สึกเหมือนที่มึงบอกกูจริงๆ กูไม่ได้เข้าใจไปเองใช่มั้ย” มัน

ถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขึ้นมาอีก

 

 

“โง่เอ๊ย ขนาดนี้แล้ว ยังกลัวอะไรอีก มึงเคยเห็นกูร้องไห้ให้ใครหรือไง เคยเห็นน้ำตากูไหลเพราะผู้หญิงมั้ยล่ะ” ผมถาม มันก็ได้แต่ส่ายหน้าอยู่กับอก

 

“มินจุน” ผมเรียกชื่อมันเสียงเบา

 

“อืม”

 

“รักกูตั้งแต่เมื่อไหร่ กูรู้ได้มั้ย” ผมถามมันพร้อมกับลูบหัวมันไปด้วย

 

“จะดีเหรอ คือ กะ..กู ว่า ช่างมันเถอะ เน๊าะ” มันบอก เงยหน้ามองผมนิดนึง หน้าแดงมาก ลามไปถึงหูเลย นี่มันกำลังเขิน

ใช่มั้ยเนี๊ยะ

 

“ช่างมันได้ไง นะ นะครับ บอกแทคหน่อยได้มั้ย นะ” ผมบอก มันทุบผมดังอั๊กเลย

 

“ไม่ต้องมาพูดเพราะกับกูเลย กูขนลุก”

 

“บอกมาก่อน ถ้าไม่บอก จะพูดให้เพราะกว่านี้นะครับ บอกแทคหน่อยนะ” ผมแกล้งมันอีก ยิ่งแกล้งยิ่งน่ารัก

 

“เออๆ มึงนี่ ” มัน เออ ออ ค้อนผมโครมเบ้อเร่อเลย

 

“เมื่อไหร่ เร็ว บอกมาเลย”

 

“ม.3” มันบอกแค่นั้นก็ฝังหน้าเข้าอกผมไปเลย

 

“ห๊ะ อะไรนะ ม.3 ” นี่มันนานมาก แล้วตอนนั้นมันก็มีแฟนนี่นา

 

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าถาม อย่าถาม แล้วมาทำหน้าไม่เชื่อ ปล่อยเลย” มันขืนตัวออก นี่ผมเผลอทำหน้าตกใจไปขนาดนั้นเลย

เหรอ ผมกอดมันไว้แน่น

 

“เฮ้ย ยังไม่ได้บอกเลยว่าไม่เชื่อ กูอึ้งต่างหาก มันนานมากเลยนะ  แล้วตอนนั้นมึงมีแฟนนี่ แฟนคนสุดท้ายของมึง ใช่ๆ มึงมี

แฟนคนสุดท้ายตอน ม.4 เทอมแรก”

“ก็เพราะมึงไง เค้าถึงขอเลิกกับกู” มันมองหน้างอนๆ มางอนไรกูเนี๊ยะ

 

“เอ๊า มาเกี่ยวไรกับกู”

 

“ก็เค้าบอกสายตากูมีแต่มึง ไม่สนใจเค้า เค้าเลยไล่กูบอกว่าไปรักกับมึงนู้น เค้าไม่อยากได้แค่ตัวแต่ไม่มีใจ” มันบอกผม

แบบนี้

 

“แล้วทำไมไม่บอกกู ” ผมถามมันอย่างสงสัย

 

“มึงคิดว่าที่กูรักมึง มันเป็นเรื่องปกติเหรอ กูเป็นผู้ชาย แล้วมึงก็มีแฟน กูไม่อยากเสียมึงไป กูกลัวมึงเกลียดกู กลัวมึงมองไม่

เห็นกู กลัวชีวิตกูไม่มีมึง” มันน้ำตาคลอจนหยดลงมา

 

“แต่กูมีแฟนมาตลอด ที่มึงไปเที่ยว เพราะแบบนี้เหรอ”

 

“อือ”

 

“ไอ้บ้าเอ๊ย ขอโทษนะ กูนี่ไม่เคยรู้อะไรเลย กูเคยเห็นมึงมองกูบ่อยๆ บางทีนอนละเมอชื่อกูด้วย กูยังคิดตลกๆเลย ว่ามึงติดกู

ขนาดนี้ ตอนมึงมีแฟนมึงจะทำยังไง แต่ต่อไปนี้ ถึงกูจะรักมึงทีหลัง แต่กูเชื่อว่าไม่ได้น้อยกว่ามึงรักกูหรอก เชื่อกูมั้ย”

 

“เชื่อ”

 

“ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกูไปไหน กูน่าจะดูออกตั้งนานแล้วเน๊าะ ว่าใคร ที่ดูแลแล้วก็อยู่กับกูตลอด”

 

“มึงต่างหากที่ดูแลกูจนกูเผลอรักมึง ตั้งแต่เล็กจนโต ชีวิตกูมีแต่มึง ขอบคุณนะ” เรากอดกันเหมือนจะไม่แยกจากกันไปไหน

 

 

 

RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRR

 

จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มันร้องดังไม่ยอมหยุด ถึงได้ผละออกจากกัน ผมมีความสุขจัง จริงๆนะ

 

“ฮาโหลจุนโฮ ออๆ โอเค แล้วทำไมไม่กลับห้อง อืมๆ ดีแล้ว นอนซะนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปหานาย โอเค”

 

“จุนโฮ โทรมาบอกว่า วันนี้ ไปค้างห้องเพื่อนที่มาจากบ้านที่เดียวกัน ไม่ได้กลับไปนอนห้อง ถามก็ไม่บอกว่าทำไม แต่ถึง

ปลอดภัยแล้ว” มันวางโทรศัพท์แล้วหันมาบอกผม

 

“อืม ดีแล้ว ไม่ไปที่อื่น เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยว่าเกิดอะไรขึ้น ” ผมบอกมันพร้อมกับดึงแขนมันเข้าห้อง

 

“จะไปไหน”

 

“อาบน้ำไง นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้ว ไปอาบน้ำนอนกัน”

 

“ก็ไปอาบก่อนสิ เดี๋ยวกูค่อยอาบ ”

 

“ไม่ กูจะอาบกับมึง นะ ถูหลังให้หน่อย” ผมก้มลงกระซิบข้างหูมันที่แดงลามไปหน้าจนถึงคอแล้ว แบบนี้ใครจะอดใจไหว

 

“เออ มึงมันลามก”

 

“ลามกอะไร กูยังไม่ได้พูดไร มึงนี่คิดลามกกับกูล่ะสิ”

 

“ไอ้แทค ไม่ต้องอาบน้ำกับกูเลย กูจะอาบคนเดียว”

 

“ไม่ๆๆๆๆ ไม่ว่าไรมึงแล้ว รอกูก่อน”

 

คืนนั้นกว่าพวกเราจะได้นอนก็ตี 2  คงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนี้บ้าง

 

 

 

 

 

 

 

ตอนหน้า ขอเป็นตอนพิเศษ ของ Channuneo บ้างนะคะ